ประวัติกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าฝ่ายค้าน อดีตขุนคลังเมืองไทย


ประวัติกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าฝ่ายค้าน อดีตขุนคลังเมืองไทย

         กรณ์ จาติกวณิช ประวัติ อดีตขุนคลังของเมืองไทย กับการชุมนุมล่าสุด กรณ์ จาติกวณิช ไม่เห็นด้วยกับ สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่นำม็อบไปยึดสถานที่ราชการ พร้อมเผยชีวิตครอบครัว

          เป็นอดีตขุนคลังที่ใครหลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับ กรณ์ จาติกวณิช ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ ก็เพราะนายกรณ์สามารถวิเคราะห์เหตุบ้านการเมืองได้อย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะในประเด็นเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ชี้ขาด เฉียบคม ด้วยข้อมูลที่แม่นยำและชัดเจน ทำให้นายกรณ์มักจะตอบโต้รัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจที่กระทบต่อประเทศไทย หลายต่อหลายครั้ง แต่กระนั้นบางโครงการที่รัฐบาลทำดี นายกรณ์ก็สนับสนุนโดยจะชี้แนะต่อยอด ผ่านข้อความทางเฟซบุ๊กอยู่เป็นประจำ เพราะเหตุนี้นายกรณ์จึงกลายเป็นนักการเมืองที่หลายคนจับตามองอย่างมาก

         ส่วนในวันนี้ขอนำประวัติ กรณ์ จาติกวณิช นักการเมืองไฟแรงของพรรคประชาธิปัตย์ มาฝากกัน

 ประวัติ กรณ์ จาติกวณิช

          สำหรับ กรณ์ จาติกวณิช เกิดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2507 ที่โรงพยาบาล Princess Beatrice ประเทศอังกฤษ เป็นบุตรคนกลางของนายไกรศรี จาติกวณิช อดีตอธิบดีกรมศุลกากร อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กับ นางรัมภา จาติกวณิช
 
กรณ์ จาติกวณิช ประวัติการศึกษา

          นายกรณ์ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจาก Winchester College จากนั้นศึกษาต่อระดับปริญญาตรี สาขาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ ที่ เซนต์จอห์น (St.John’s) มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด (University of Oxford) จนสำเร็จการศึกษาได้รับ เกียรตินิยมอันดับสอง

 กรณ์ จาติกวณิช ประวัติการทำงาน

        นายกรณ์ ข้าสู่วงการการเมืองด้วยการชักชวนของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าฝ่ายค้านพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนเมื่อครั้งเรียนอยู่ที่อังกฤษ โดยนายกรณ์เอาชนะการเลือกตั้งได้เป็น ส.ส.เขต 7 กรุงเทพมหานคร คือ เขตยานนาวาและเขตสาทรบางแขวง เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548
 
        ทั้งนี้ นายกรณ์ ได้รับฉายาว่า “หล่อโย่ง” ซึ่งถูกตั้งให้เข้าชุดกับ นายอภิสิทธิ์ ที่มีสมญานามว่า “หล่อใหญ่” นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. ที่มีสมญานามว่า “หล่อเล็ก” และ หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล ที่ได้รับสมญานามว่า “หล่อจิ๋ว”

       ส่วนในต้นปี พ.ศ. 2549 นายกรณ์ จาติกวณิช ได้มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบการขายหุ้นชินคอร์ปของตระกูลชินวัตรและตระกูลดา มาพงษ์ ซึ่งการขายหุ้นดังกล่าว ถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีความเกี่ยวพันกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในประเด็นการซุกหุ้นและการหลีกเลี่ยงภาษี

        ต่อมาในการเลือกตั้ง ส.ส. ในปี 2550 นายกรณ์ได้ชนะการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ในเขตเลือกตั้งที่ 2 ได้แก่ เขตวัฒนา คลองเตย สาทร บางคอแหลม และยานนาวา ซึ่งการเลือกตั้งดังกล่าว นายสมัคร สุนทรเวช ได้เป็นนรัฐบาล ส่วนพรรคประชาธิปัตย์มีสถานะเป็นฝ่ายค้านเพียงพรรคเพียวในสภาผู้แทนราษฎร ทางพรรคประชาธิปัตย์จึงประกาศจัดตั้งคณะรัฐมนตรีเงา เพื่อติดตามตรวจสอบและเสนอแนะการบริหารงานของรัฐบาล ตามรูปแบบที่มีในต่างประเทศ โดยนายกรณ์ได้รับเลือกเป็นแกนนำทีมเศรษฐกิจ และรับหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเงา  ในการติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

        นอกจากนี้ ในด้านการทำงานสภาผู้แทนราษฎร นายกรณ์ จาติกวณิช ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการเงินการคลัง และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากนั้น เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2551 นายกรณ์ ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และก็ทำผลงานออกมาอย่างมากมาย จนได้รางวัล “รัฐมนตรีคลังโลก ปี 2010” และ “รัฐมนตรีคลังเอเชียแห่งปี 2010” โดยคัดเลือกจากรัฐมนตรีคลังในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก 5 ภูมิภาค ได้แก่ อเมริกา ยุโรป เอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง ส่วนปัจจุบัน พ.ศ. 2556 ได้ดำรงตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

        สำหรับบทบาททางการเมืองของนายกรณ์ในปัจจุบันนั้น ถึงแม้ว่ายนายกรณ์จะดำรงตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้พามวลชนมาบุกยึดสถานที่ราชการต่าง ๆ ก็ได้แสดงความคิดเห็นคัดค้าน จนมีกระแสข่าวออกมาว่าเรื่องนี้อาจเป็นชนวนที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์เกิด ความแตกแยก็เป็นได้
 
กรณ์ จาติกวณิช ครอบครัว
 
         นายกรณ์ จาติกวณิช ได้สมรสกับ นางวรกร จาติกวณิช (นามสกุลเดิม สูตะบุตร) มีบุตรธิดาด้วยกัน คือ ด.ญ.กานต์ จาติกวณิช (แจม) และ ด.ช.ไกรสิริ จาติกวณิช (จอม) นอกจากนี้วรกรยังมีลูกจากการสมรสครั้งก่อนอีก 2 คน คือ พงศกร มหาเปารยะ (แต๊งค์) และพันธิตร มหาเปารยะ (ติ๊งค์)
 

ประวัติกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าฝ่ายค้าน อดีตขุนคลังเมืองไทย

 

 ประวัติ กรณ์ จาติกวณิช

            ชื่อ : กรณ์ จาติกวณิช

            ชื่อเล่น : ดอน

            เกิดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2507

 ครอบครัว

            บิดา : นายไกรศรี จาติกวณิช อดีตอธิบดีกรมศุลกากร อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

            มารดา : นางรัมภา จาติกวณิช (นามสกุลเดิม พรหโมบล บุตรี พระยาบุเรศผดุงกิจ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ)

            คู่ สมรส : นางวรกร จาติกวณิช (นามสกุลเดิม สูตะบุตร) มีบุตรธิดาด้วยกัน คือ ด.ญ.กานต์ จาติกวณิช (แจม) และ ด.ช.ไกรสิริ จาติกวณิช (จอม)

 การศึกษา

            พ.ศ. 2511 : อนุบาล 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสมถวิล ราชดำริ

            พ.ศ. 2517 : ประถมศึกษาปีที่ 5-6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน

            พ.ศ. 2518 : เข้าศึกษาที่ วินเชสเตอร์ คอลเลจ (Winchester College) ประเทศอังกฤษ

            พ.ศ. 2525 : จบมัธยมศึกษาตอนปลายจาก วินเชสเตอร์ คอลเลจ (Winchester College) ประเทศอังกฤษ

            พ.ศ. 2528 : สำเร็จการศึกษา ปริญญาตรี สาขาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับสอง) มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด (University of Oxford) ประเทศอังกฤษ

 ประวัติการทำงาน
 

             พ.ศ. 2528 : เริ่มงานด้วยตำแหน่งผู้จัดการกองทุน บริษัท เอส จี วอร์เบิร์ก (S.G. Warburg & Co.) กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ (พ.ศ. 2528-2530)

            พ.ศ. 2531 : กลับประเทศไทย ร่วมก่อตั้งและเป็นประธาน บริษัทหลักทรัพย์ เจเอฟ ธนาคม จำกัด ด้วยวัยเพียง 24 ปี (พ.ศ. 2531-2535)

            พ.ศ. 2535 : กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เจเอฟ ธนาคม จำกัด ด้วยวัย 28 ปี (พ.ศ. 2535-2543)

            พ.ศ. 2544 : ขายหุ้น เจเอฟ ธนาคม ในมือทั้งหมดให้กับ JP Morgan Chase และตั้งใจจะวางมือ เพราะแผนธุรกิจบรรลุผล ได้ผ่านงานในวงการการเงินครบแล้ว ตัดสินใจรับข้อเสนอเป็นประธาน บริษัทเจพี มอร์แกน ประเทศไทย โดยทำงานในฐานะผู้บริหารมืออาชีพแบบเต็มตัว (พ.ศ. 2544-2548)

            พ.ศ. 2548 : ลาออกจาก JP Morgan เพื่อเข้าสู่วงการเมืองในวัย 40 ปี

 การดำรงตำแหน่งอื่น

             กรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

             กรรมการบริษัทจาร์ดีน เฟลมมิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด

             กรรมการสมาคมบริษัทตลาดหลักทรัพย์

             กรรมการบริษัทอยุธยา ซีเอ็มจี แอสชัวรันส์ จำกัด (มหาชน)

             กรรมการบริษัทไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

             กรรมการบริษัทไทยยิบซั่ม จำกัด (มหาชน)

             กรรมการสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย


 ประวัติการทำงานทางการเมือง

             แผนกระตุ้นเศรษฐกิจกลางปีจำนวน 116,700 ล้านบาท อันไปใช้ในโครงการดังกล่าว[4]

             มาตรการเพิ่มรายได้เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและบุคลากรภาครัฐรวมทั้ง ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่มีรายได้น้อย วงเงินประมาณ 19,000 ล้านบาท

             การให้เบี้ยยังชีพกับผู้สูงอายุ วงเงิน 9,000 ล้านบาท

             การลดค่าใช้จ่ายของประชาชน เช่นการต่ออายุ 6 เดือน 6 มาตรการ ยกเว้นการเก็บภาษีสรรสามิตน้ำมัน จำนวน 11,000 กว่าล้านบาท

              กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปช่วยเหลือลดค่าครองชีพอีก 1,000 ล้านบาท

             มาตรการการเรียนฟรี วงเงิน 19,000 ล้านบาท

             การดูแลประชาชนที่ประสบปัญหาการว่างงาน ผู้เสี่ยงถูกเลิกจ้าง ผู้ถูกเลิกจ้างและบัณฑิตจบใหม่ วงเงิน 6,900 ล้านบาท

             การสนับสนุนภาคการผลิตในบางโครงการ แต่เป็นจำนวนเงินที่ไม่มาก ยกเว้นกรณีกองทุนเศรษฐกิจพอเพียงที่ช่วยเสริมในส่วนของภาคชนบทและภาคการ เกษตรที่จะใช้วงเงิน 15,200 ล้านบาท

             มาตรการภาษีและมาตรการอื่น ๆ

             แผนกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2552 จำนวน 1.43 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย โครงการลงทุนภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ระยะที่ 2 ที่ได้รับอนุมัติมีมูลค่าทั้งหมด 1,431,330 ล้านบาท เป็นการลงทุนระหว่างปี 2552-2555 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยสร้างงานได้ประมาณ 1.6-2 ล้านคน และช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคเอกชนในระยะยาว

             โครงการขนส่ง/Logistic จำนวน 571,523 ล้านบาท

             โครงการด้านทรัพยากรน้ำและการเกษตร จำนวน 238,515 ล้านบาท

             โครงการด้านการศึกษา จำนวน 137,975 ล้านบาท

             โครงการสาธารณสุข จำนวน 99,399 ล้านบาท

             โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยว จำนวน 18,537 ล้านบาท
 

เปิดใจลูกผู้ชายชื่อ “กรณ์ จาติกวณิช” (22 สิงหาคม 2552)

          “เวลาผ่านไป ครบรอบ 12 ปีแล้ว คล้ายกับเพิ่งรู้จักกันใหม่….เหมือนเริ่มรักเธอใหม่เลย”

          คำพูดสุดแสนโรแมนติกจากปากของผู้ชายชื่อ กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง คงทำให้หลายคนอิจฉาในความโชคดีของ คุณวรกร จาติกวณิช ภรรยาคนสวย ที่แม้ว่าที่ผ่านมา ต้องเผชิญกับคำครหาต่างๆ ภายหลังจากที่คุณกรณ์ เข้ารับตำแหน่งภายใต้รัฐบาลชุดนี้ แต่ด้วยความรักหนักแน่นและมั่นคงที่มีต่อกัน ทำให้ทั้งคู่สามารถฝ่าฟันไปได้ในที่สุด

          กว่า 7 เดือนที่ คุณกรณ์ ต้องปฏิบัติหน้าที่ดูแลเรื่องปากท้องของประชาชน ต้องเดินสายลงพื้นที่ตามจังหวัดต่างๆ บ่อยครั้งที่ข้างกายมักมี “คุณเจ” วรกร ตามติดไปด้วยเสมอ เพื่อเป็นกำลังใจ ซึ่งคุณกรณ์เองยอมรับว่า ติดภรรยามาก เพราะชอบทำอะไรด้วยกัน และด้วยความที่สนิทกับทีมงานของสามีมาก คุณเจ จึงมักแวะเวียนไปที่กระทรวงบ่อยๆ ภาพที่สามี – ภรรยา ป้อนขนมให้กัน ถือเป็นความสุขเล็กๆ ในครอบครัว ทว่ากลับกลายเป็นข่าวซุบซิบบนหน้าหนังสือพิมพ์ว่า “เมียมาคุม” เพราะกลัวข้าราชการสาวหุ่นเซ็กซี่ จะเลื่อนขั้นจากหน้าห้องไปอยู่ในห้อง ทำให้ใครต่อใครที่เป็นห่วงคุณเจ พากันโทรศัพท์ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง แต่ว่าเจ้าตัวกลับไม่รู้สึกอะไร คิดว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้ากระทบถึงใจคนที่เธอรัก เธอก็จะทุกข์เพราะพวกเขาทุกข์มากกว่า

          “ผมกับคุณเจไม่มีประเด็นระหว่างกันที่ต้องเคลียร์ คุณเจรู้ว่า ไม่มีใครหรือผู้หญิงคนไหนอยู่ในสเปกตามข่าว พูดง่ายๆ ไม่มี ไม่มีอะไรที่ ‘อาจจะใช่’ ‘น่าจะใช่’ หรือ ‘อาจเป็นไปได้’ ผมอ่านข่าวผมเอง ผมรู้มันมั่วอย่างนี้ และผมก็ทนไม่ได้ที่ในกรณีนี้ คุณเจเสียหาย คนที่อ่านก็อ่านไปแล้ว และผมก็ไม่มีสิทธิ หรือมีวิธีที่จะไปต่อว่า หรือตอบโต้อะไร เพราะอำนาจไม่ได้อยู่ที่เรา เราไม่ได้เป็นสื่อ นี่ขนาดผมเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล สำหรับชาวบ้านคนอื่นที่ถูกกระทบกระทั่ง เขายิ่งไม่มีช่องทางชี้แจงข้อเท็จจริงเลย” 

          ตั้งแต่วันที่เป็นข่าว ทำให้คุณเจเสียกำลังใจ เวลาถูกสามีชวนไปลงพื้นที่จึงต้องคิดหนัก เพราะกลัวคนเอาไปเขียนข่าว ซึ่งสำหรับตัวคุณกรณ์แล้ว บอกว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก เสียดายโอกาสที่จะใช้ชีวิตอย่างธรรมชาติของเราเอง แต่เมื่อคนเอาไปบิดเบือนเราก็ต้องระวัง สมัยหนุ่มๆ ไม่เคยคิดทำงานการเมือง เพราะหวงชีวิตส่วนตัว เพราะตนค่อนข้างอ่อนไหวต่อการวิพากษ์วิจารณ์ แต่เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องปรับตัว เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่พิสูจน์ให้ตัวเองเข้าใจก็คือว่า การวิพากษ์วิจารณ์ไม่มีปัญหา ตราบใดที่เราเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจของเรา
   
          “ผมมาเล่นการเมือง ผมต้องพร้อมที่จะมีศัตรู เมื่อพร้อมที่จะมีศัตรู ก็ต้องพร้อมที่จะได้รับการกลั่นแกล้ง แต่การกลั่นแกล้งผ่านชีวิตคนอื่น ที่เป็นสมาชิกครอบครัวผมนี่ ผมคิดว่านั่นข้ามเส้น และไม่ยุติธรรม ผมนี่แหละ ที่เป็นคนต้องการให้คุณเจอยู่ใกล้ตัวผม เวลาผมไปลงพื้นที่ ไปต่างจังหวัด ผมขอให้เขาไปด้วย ผมรู้สึกมีพลัง ผมมีความมั่นใจเวลาเธออยู่ใกล้ตัว… ในชีวิตผมจะมีเรื่องที่เสียใจอยู่ ก็เรื่องคุณเจนี่แหละ เมื่อผมรับเธอเข้ามาในชีวิต ผมรู้ทั้งชีวิตผมต้องดูแลเธอ และผมต้องยืนหยัดปกป้องเธอด้วย ผมรู้ ผมไม่ได้ทำสิ่งที่เธอต้องการ สิ่งที่ผมมีให้เธอในวันนี้ ผมเสียดายที่ผมไม่มีให้เธอตอนนั้น และผมก็หวังจะไม่สายเกินไป”

          นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่คุณกรณ์ ยอมเปิดใจให้สัมภาษณ์กับ “นิตยสาร เฮลโหล” เท่านั้น แต่ถ้าอยากรู้ลึกรู้จริงถึงความใน ทั้งเรื่องงาน และชีวิตรักของผู้ชายคนนี้ คงต้องติดตามต่อในนิตยสาร เฮลโหล ฉบับวางแผงวันที่ 20 ส.ค. นี้


Comments

comments